สำนักงานทรัพย์สินฯ มอบคู่มือการดูแลรักษาศาสนสถาน ฉบับ 2559 แก่ผู้แทนทุกศาสนา

วันนี้ 22 พ.ย.59 คุณโสมสุดา ลียะวณิช ประธานอนุกรรมการด้านการอนุรักษ์และทำนุบำรุงรักษาศาสนสถานอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือคู่มือการดูแลรักษาศาสนสถานฉบับปรับปรุง พ.ศ.2559 ให้กับผู้แทนศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ ซิกข์และพราหมณ์-ฮินดู เพื่อนำไปเป็นไปแนวทางในการดูแลรักษาและอนุรักษ์ศาสนสถานให้เป็นมรดกของชาติยั่งยืนสืบไป

พร้อมกันนี้ ยังจัดให้มีการเสวนา โดยพระโสภณคณาภณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นายปฏิวัติ ทุ่ยอ้น สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลากร นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีการพูดคุยถึงว่าทำไมต้องมีการจัดทำคู่มือดังกล่าวขึ้นมา

ด้านพระโสภณคณาภรณ์ กล่าวในขณะการเสวนา ตอนหนึ่งว่า ในการบูรณะศาสนสถานนั้นแต่ก่อนนี้ วัดต่างๆ ก็มุ่งไปที่กรมศิลปากร ต้องให้กรมศิลปฯ เข้ามาดูแลทำให้เกิดความรู้สึกว่า วัดแตะต้องไม่ได้ หรือทำไปก็จะถูกทักทวงหรือทำไปก็มีความเสียหายอย่างใหญ่หลวงสำหรับการบูรณะ แต่ปัจจุบันนี้จะมีความตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะกับกรมศิปลากร เพื่อมาบูรณะอนุรักษ์อาคารสถานที่ต่างๆ ที่เป็นศาสนสถานเพราะเป็นมรดกของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการที่สำนักงานทรัพย์สินฯเข้ามาสนับสนุนในการจัดทำคู่มืออย่างเป็นระบบมีแนวมีแบบแผน เพื่อให้มีการดำเนินการไปอย่างถูกต้อง ทั้งรูปแบบสถาปัตย์ วิธีการ และสิ่งสำคัญที่สุดคือข้อกฎหมาย

ด้านนายปฏิวัติ ทุ่ยอ้น กล่าวว่า ส่วนใหญ่วัดต่างๆ จะไม่รู้ว่าวัดของตัวเองเป็นโบราณสถาน หรือมีคุณค่าอย่างไร การก่อสร้างการบูรณะ ซึ่งทางกรมศิลปฯต้องมีการประเมิน ต้องผ่านกระบวนการและระยะเวลาพอสมควร ซึ่งใช้เวลาเป็นร้อยปีกว่าจะขึ้นทะเบียนโบราณสถานได้หมด เนื่องจากสำนักศิลปากร 1 แห่งต้องดูแลถึง 5-6 จังหวัด ทำให้ดูแลไม่ถึง และด้วยงบประมาณจำกัด ทำให้หลายๆวัดไม่ได้รับงบประมาณในการดูแล ดังนั้นการที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้ามาช่วยสนับสนุนในการจัดทำคู่มือ เป็นสิ่งดี เพราะจะเป็นแนวทางให้ดำเนินการถูกต้องไปตามหลักและถูกกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับคู่มือดังกล่าวได้มีการจัดทำขึ้นทั้งสิ้น 5,000 เล่ม เพื่อแจกจ่ายไปให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งได้มีจัดทำ VCD อีกจำนวน 5,000 เล่ม และผ่านเว็บไซด์ www.crownproperty.or.th ซึ่งเนื้อหาในคู่มือไม่ใช่เจาะจงเฉพาะการดูแลโบราณสถาน แต่จะมีข้อมูลในทุกๆด้าน อาทิ การเปลี่ยนหลอดไฟแบบประหยัด การปลูกต้นไม้พันธุ์ไม้ต่างๆที่ปลูกในวัด หรือการดูแลผนังไม่ให้มีความชื้น โดยภายในปีหน้า จะพัฒนาให้มีระบบการสืบค้นข้อมูลสารานุกรมออนไลน์ ลิงค์กับทาง เว็ปไซค์ www.cpbreligion.com เพื่อให้ศาสนสถานเป็นมรดกของชาติที่ยั่งยืนสืบต่อไป