วันนี้ (24 ต.ค.61) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าว เรื่อง อย. แจงคุมเข้มมาตรฐานการผลิตน้ำปลาไทย ขอให้ผู้บริโภควางใจ สืบเนื่องจากกระแสข่าวที่ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ประกาศห้ามนำเข้าน้ำปลาจากไทย "เนื่องจากต้องการให้ไทยตรวจสอบพิสูจน์สารปนเปื้อนจากการหมักน้ำปลาว่าไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็ง เพราะการหมักน้ำปลาจะใช้เป็นปลาตัวเล็กจึงไม่สามารถชำแหละเอาไส้ปลาออกได้"

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำกับดูแลการผลิตน้ำปลาที่ผลิตในประเทศไทยทั้งก่อนจำหน่ายและหลังจำหน่ายสู่ท้องตลาดอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลการผลิตน้ำปลา มาตรฐาน GMP ตั้งแต่การรับวัตถุดิบการควบคุมกระบวนการผลิต การบรรจุ และการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ที่ผ่านมาปี 2560 กระทรวงสาธารณสุขโดยอย.และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม และสารพิษโบทูลินัม ในตัวอย่างน้ำปลา รวม 48 ตัวอย่าง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่สหรัฐอเมริกาแบนด้วย ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์ไม่พบทั้งสารโบทูลินัมและเชื้อแบคทีเรียครอสตริเดียม โบทูลินัมในน้ำปลาทุกตัวอย่าง จึงขอให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำปลาที่ผลิตจากผู้ผลิตในประเทศไทย

สำหรับ FDA นั้น ได้มีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์อาหาร และน้ำปลาของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบข้อกังวน 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ค.61 จากผลิตภัณฑ์น้ำปลาของผู้ประกอบการ 1 รายและได้กักกั้นไว้ตรวจสอบ โดยทาง FDA ได้ขอข้อมูลรายละเอียดการผลิตเพิ่มเติม และทางผู้ประกอบการได้มีการส่งเอกสารเรียบร้อยไปแล้วเมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะได้ผลข้อสรุปในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งไทยยังสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำปลาให้กับสหรัฐอเมริกาได้ โดยเปอร์เซ็นการส่งออกอยู่ที่ 30% รองลงมาคือ ฮ่องกง เวียดนาม และเติบโตขึ้นปีละ 1 - 2 เปอร์เซ็นทุกปี หรือกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม อย.ก็ได้เรียกผู้ประกอบการเข้ามาพูดคุยย้ำประเด็นความปลอดภัยเพิ่มเติมอีกครั้ง และข้อมูลผู้ประกอบการมาขอรับเลขอนุญาตกับ อย. ณ ปัจจุบันมี 847 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งทาง อย.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติตรวจสอบตามแผนเฝ้าระวังต่อเนื่องทุกปี