เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงผิวจราจรและคันหินทางเท้า ถนนลาดพร้าววังหิน ช่วงจากถนนโชคชัย 4 ถึงคลองเสือน้อย เขตลาดพร้าว โดยมีนางสาววนิดา เจียงไพศาลกุล ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร นายวุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักงานเขตลาดพร้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ บริเวณซอยลาดพร้าว-วังหิน 73 เขตลาดพร้าว

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธามีโครงการปรับปรุงผิวจราจรและทางเท้า 7 ถนน ความยาว 10,220 ม. โครงการปรับปรุงผิวจราจร 5 ถนน ความยาว 18,469 ม. และโครงการปรับปรุงทางเท้า 4 ถนน ความยาว 15,216 ม. โดยดำเนินโครงการปรับปรุงถนน งบประมาณปี 61 จำนวน 12 โครงการ ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงผิวจราจรและทางเท้า 6 ถนน ได้แก่ 1.ถนนลาดพร้าววังหิน ช่วงจากถนนโชคชัย 4 ถึงคลองเสือน้อย 2.ถนนคู้บอน ช่วงจากถนนคู้บอน ถึงถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก 3.ถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท 1 ถึงซอยสุขุมวิท 81 4.ถนนฉิมพลี ช่วงจากถนนบรมราชชนนี ถึงถนนเลียบทางรถไฟสายใต้และถนนราชพฤกษ์ 5.ถนนอนามัยงามเจริญ ช่วงจากถนนเลียบทางด่วน ถึงจุดที่กำหนดให้ 6.ถนนงามวงศ์วาน ช่วงจากคลองประปา ถึงถนนกำแพงเพชร 6 โครงการปรับปรุงผิวจราจร จำนวน 5 ถนน ได้แก่ 1.ถนนคลองเก้า ช่วงจากถนนไมตรีสิบ ถึงถนนคู้-คลองสิบ 2.ถนนพระรามที่ 4 ช่วงจากแยกมหานคร ถึงถนนอังรีดูนังต์ 3.ถนนประชาสงเคราะห์ ช่วงจากถนนมิตรไมตรี ถึงถนนประชาสงเคราะห์ 30 4.ถนนฉลองกรุง ช่วงจากทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ถึงสะพานข้ามคลองลำมะขาม 5.ถนนเจ้าคุณทหาร ช่วงจากถนนฉลองกรุง ถึงสะพานข้ามคลองสาม และโครงการปรับปรุงทางเท้า จำนวน 1 ถนน ได้แก่ ถนนประดิพัทธ์ ช่วงจากสี่แยกสะพานควาย ถึงทางรถไฟ นอกจากนี้ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ จำนวน 4 โครงการ เป็นงบประมาณปี 61 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.ถนนจักรเพชร (ปากคลองตลาด) ช่วงจากสะพานเจริญรัช ถึงลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 สะพานพุทธยอดฟ้า ปรับปรุงผิวจราจรและทางเท้า 2.ถนนพญาไท ช่วงจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึงสะพานหัวช้าง ปรับปรุงทางเท้า 3.ถนนสุขุมวิท บริเวณทางรถไฟ ถึงแยกถนนอโศกมนตรี ปรับปรุงทางเท้า และงบประมาณปี 62 จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ช่วงจากแยกลาดพร้าว ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปรับปรุงทางเท้า อย่างไรก็ตามคาดว่าโครงการปรับปรุงผิวจราจรและทางเท้าทั้งหมดจะแล้วเสร็จประมาณเดือนม.ค.62 ยกเว้นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนจักรเพชร บริเวณปากคลองตลาด ช่วงจากสะพานเจริญรัช ถึงลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 สะพานพุทธยอดฟ้า จะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งโครงการปรับปรุงดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จ จะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทาง และประชาชนผู้ใช้ทางเท้าในการสัญจรได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความสะอาดและสวยงาม

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพทหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสภาพผิวจราจรและทางเท้าช่วงจากถนนโชคชัย 4 ถึงคลองเสือน้อย มีสภาพชำรุดเสียหายและทรุดตัวหลายแห่ง อีกทั้งทางเดินไม่ราบเรียบสม่ำเสมอ ประกอบกับเป็นเส้นทางหลักที่มีประชาชนใช้สอยเป็นจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุแก่ประชาชนในการเดินทางสัญจร กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธาจึงได้ดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรและคันหินทางเท้าถนนลาดพร้าววังหิน ช่วงจากถนนโชคชัย 4 ถึงคลองเสือน้อย ความยาว 2,700 ม. เริ่มสัญญาวันที่ 18 ส.ค.61 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 14 ม.ค.62 ระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน สำหรับการปรับปรุง ประกอบด้วย รื้อพื้นทางเท้าเดิมและปรับปรุงใหม่ พื้นที่ประมาณ 11,500 ตร.ม. รื้อคันหินทางเท้าเดิมและปรับปรุงใหม่ ความยาวประมาณ 3,750 ม. ปรับปรุงบ่อพักเล็กในทางเท้า พร้อมเปลี่ยนฝาใหม่ 356 แห่ง ปรับปรุงช่องรับน้ำหน้าคันหิน 712 แห่ง ปรับปรุงบ่อพักในทางเท้า พร้อมเปลี่ยนฝาใหม่ (ฝาเหล็กหล่อชนิดกลม) 30 แห่ง ปรับปรุงผิวจราจรค.ส.ล. ความหนา 0.25 ม. พื้นที่ประมาณ 210 ตร.ม. ทั้งนี้การปรับปรุงทางเท้าในช่วงดังกล่าว มีอุปสรรคที่ส่งผลให้การทำงานล่าช้า เนื่องจากพบว่ามีอาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ได้ทำการต่อเติมพื้นอาคารรุกล้ำออกมาในทางเท้า อีกทั้งมีลักษณะสูงกว่าพื้นทางเท้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและผู้พิการ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเขตลาดพร้าว ลงพื้นที่พูดคุยกับเจ้าของอาคารพาณิชย์ ให้ดำเนินการรื้อพื้นอาคารที่ต่อเติมออกไปให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 24.81% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนม.ค.62 ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สำนักการโยธาเร่งดำเนินการปรับปรุงทางเท้าในบริเวณดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดสัญญา นอกจากนี้การปรับปรุงทางเท้าดังกล่าวได้มีการทำทางลาดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ซึ่งประชาชนทั่วไปและผู้พิการสามารถใช้ทางเท้าร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

เครดิต สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.