นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวในงาน Meet the Press หัวข้อ “ปฏิรูปแนวใหม่ ร่วมคิดร่วมใจ สร้างไทยไปด้วยกัน” ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้เดินหน้าการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงาน การแก้ไขข้อกฎหมาย การตั้งคณะกรรมการการปฏิรูป โดยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปในด้านต่างๆ ซึ่งบางเรื่องก็ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการแล้ว อย่างเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะมีกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากเดิม เช่น การได้มาถึงสัดส่วนผสมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(สส.) สมาชิวุฒิสภา (สว.) โดยใช้รูปแบบการออกเสียง เลือก 1 คน ต่อ 1 โหวต ซึ่งพรรคการเมืองมีฐานเสียงเท่าไหร่ ก็จะมีตัวแทนในสภาเท่ากัน ซึ่งจะทำให้สภาที่จะเกิดขึ้นสะท้อนถึงปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งกฎระเบียบของพรรคการเมืองต่างๆ กฎระเบียบการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในประเทศต่อไป
สำหรับการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศใน 11 ด้าน โดยได้พิจารณาเรื่องที่มีการนำเสนอเข้ามากว่า 2,000 เรื่อง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ปฏิรูปในสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ซึ่งในช่วงการทำงาน 8 เดือนที่เหลือ ซึ่งทางคณะกรรมฯ ได้คัดเลือกการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในระยะเร่งด่วน 6 เรื่อง ประกอบด้วย การแก้จน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคเท่าเทียม การแก้โกง สร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมในการปกครอง การปฏิรูปราชการเพื่อประชาชนและการสร้างอนาคตไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 6 คณะ เพื่อเข้ามามีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งทางรัฐบาลได้จัดทำโครงพัฒนา 15 โครงการเร่งด่วน อาทิ กองทุนพัฒนาผู้นำชุมชน สภาประชารัฐ ธนาคารต้นไม้ ธนาคารปูม้า พ.ร.บ.ป่าชุมชน ไม้มีค่าตัดได้ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนการปฏิรูปกระทรวงให้เป็นกระทรวงในยุค 4.0 ทั้งในเรื่องข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรม ระบบIT และบุคลากร ที่จะต้องสอดคล้องสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจะมีการปฏิรูปกระทรวงต้นแบบ 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วนการปฏิรูปด้านกฎหมาย ก็จะมีการพิจารณาแก้ไขข้อกฎหมายที่สำคัญ โดยจะมีการตั้งสำนักงานที่จะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลข้อกฎหมายให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและมีความยั่งยืน ซึ่งขณะนี้การขับเคลื่อนปฏิรูปได้ดำเนินการไปกว่าร้อยละ 60 ซึ่งจะต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในช่วง 8 เดือนที่เหลือ โดยจะนำแผนการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ เสนอความเห็นชอบผ่านคณะรัฐมนตรี กฤษฏีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาก่อนที่จะประกาศใช้ต่อไป เสนอในอนาคตหลังมีการปฏิรูปก็จะมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเป็นหน่วยงานหลักที่จะคอยดูแล

ทั้งนี้ ทางรัฐบาล ขอให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ “ร่วมคิดร่วมใจ สร้างประเทศไปด้วยกัน” เพื่อนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาและการปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งในอนาคตจะมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแลขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไป