นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 1 หลังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารฯ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อบริหารและติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) ไทย-จีน สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.35 กิโลเมตร วงเงิน 179,412.21 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 23 ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ประเทศไทย ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานทั้งหมด 4 ชุด เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงาน (ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อกำกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง/อนุกรรมการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางและจัดทำแผนการถ่าทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง/อนุกรรมการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่างๆเพื่อทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนผู้โดยสารให้กับระบบรถไฟความเร็วสูง และอนุกรรมการพัฒนาพื้นที่และเมือง) นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงาน ตอนที่ 1 ระหว่างสถานีกลางดง-สถานีปางอโศก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร วงเงิน 424 ล้านบาท ซึ่งไทยได้รับแบบก่อสร้างจากจีนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยกรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบคาดว่า จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้กลางเดือนธันวาคมนี้ และหลังจากนี้จะเร่งรัดขั้นตอนการเร่งรัดรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้ผ่านความเห็นชอบซึ่งจะรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับการก่อสร้างช่วงที่เหลือ ตอนที่ 2/3และ 4 คือ ช่วงที่ 2 ปากช่อง-ขนาดจิต ระยะทาง 11 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร และช่วงที่ 4 แก่งคอย-กรุงเทพฯ 119 กิโลเมตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ฝ่ายจีนจะทยอยส่งมอบแบบก่อสร้างให้ไทยภายใน 6 เดือน โดยช่วงใดมีความพร้อมก่อน ไทยก็จะเปิดประกวดราคาก่อน และย้ำว่าผู้รับงานก่อสร้างต้องเป็นผู้รับเหมาไทย หรือมีแกนนำเป็นผู้รับเหมาไทยเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถทยอยเปิดประกวดราคาได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 โดยงานก่อสร้างทั้งหมดจะใช้เงินกู้ภายในประเทศ

เครดิต ข่าว-ภาพ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์