นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ จำนวน 115 คัน เพื่อเป็นการลงทุนในล้อเลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ด้วยการนำรถโดยสารที่มีความทันสมัย และพัฒนาบริการที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สนองตอบความต้องการของผู้โดยสารที่มีกำลังซื้อ โดยเปิดให้บริการเที่ยวแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 กำหนดให้บริการในเส้นทางหลัก 4 เส้นทาง ไปและกลับ จำนวน 8 ขบวน ต่อวัน ประกอบด้วย
​สายเหนือ ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี ที่ 9 และ 10 กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ
​สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถด่วนพิเศษอีสานวัตนา ที่ 23 และ 24 กรุงเทพ – อุบลราชธานี – กรุงเทพ
​สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถด่วนพิเศษอีสานมรรคา ที่ 25 และ 26 กรุงเทพ – หนองคาย – กรุงเทพ
​สายใต้ ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ ที่ 31 และ 32 กรุงเทพ – ชุมทางหาดใหญ่ – กรุงเทพ
​การเปิดเดินขบวนรถดังกล่าว เป็นการทดลองการให้บริการขบวนรถโดยสารในรูปแบบใหม่ โดยใช้อัตรา
ค่าโดยสารเดียวกับขบวนรถเชิงพาณิชย์ (ขบวนรถด่วนพิเศษ) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่เพิ่มอัตราค่าโดยสาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการที่รักการเดินทางได้ทดลองสัมผัสกับขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ของรถไฟไทย ที่เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก และความสบายมากยิ่งขึ้น เช่น การให้บริการน้ำดื่ม บริการ WIFI จอ LED แสดงสถานะข้อมูลการเดินรถ และรายการบันเทิงต่าง ๆ บนขบวนรถ อย่างไรก็ตาม การให้บริการเพิ่มเติมเหล่านี้ ทำให้เกิดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เมื่อนำมาคำนวณแล้ว จะทำให้แต่ละที่นั่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ประมาณ 185 บาทต่อคน ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระที่การรถไฟฯ ต้องรับค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม จึงปรับอัตราค่าธรรมเนียมบริการใหม่ของขบวนรถชุดดังกล่าวทุกเส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป
​สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมที่ปรับเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับค่าโดยสารแล้ว เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยโดยเฉลี่ยประมาณ ราคา ๑๙๐ และ ๑๔๕ บาท ต่อที่นั่งเท่านั้น โดยการปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียมในครั้งนี้จะสามารถสร้างรายได้ในระดับที่เลี้ยงตัวเองได้ให้แก่การรถไฟฯ เพื่อนำไปปรับปรุงบริการให้เป็นมาตรฐานสากล และพัฒนาศักยภาพในการขนส่งทางรางให้เพิ่มมากขึ้น

เครติด รฟท.