อุบลราชธานี-นครพนม ยังอ่วม น้ำรอระบายลงโขง กรมชลฯ สั่งเร่งระบายลดผลกระทบ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย แต่จังหวัดปลายน้ำก็เริ่มเกิดอุทกภัยขึ้นแล้ว โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดรวมแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน กรมชลประทานจึงเตรียมแผนเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชีที่มีปริมาณน้ำมากลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง โดยเปิดบานระบายน้ำของเขื่อนในลำน้ำชีทุกแห่ง และใช้เครื่องผลักดันน้ำช่วยเร่งการไหลและจะชะลอน้ำจากแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำจากทั้ง สองแม่น้ำไหลไปรวมกันในเวลาเดียวกันที่ จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้ แม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบและเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น มีชุมชนต้องอพยพแล้ว 266 ครอบครัว กว่า 900 คน ด้าน จ.นครพนม สถานการณ์น้ำท่วมยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาซ้ำอีก โดยเฉพาะลำน้ำสงครามและลำน้ำอูนยังอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีระดับน้ำสูงประมาณ 11-12 เมตร เป็นจุดวิกฤตเกินความจุลำน้ำประมาณ 1 เมตร ล่าสุด จ.นครพนม ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มจากเดิม 7 อำเภอ เป็น 10 อำเภอ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ยังคงมี 10 จังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ประกอบด้วย จ.สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี หนองคาย และพระนครศรีอยุธยา ประชาชนได้รับผลกระทบ 409,303 ครัวเรือน 1,267,372 คน