นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่ามีการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงรับอาสาดำเนินการชำระภาษีรถประจำปี และปรากฏว่าเอกสารที่รับเป็นเอกสารที่ปลอมแปลงขึ้นโดยกลุ่มมิจฉาชีพ กรมการขนส่งทางบกจึงขอแนะนำประชาชนเจ้าของรถควรดำเนินการติดต่องานด้านทะเบียนและภาษีรถกับกรมการขนส่งทางบกด้วยตนเอง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาการให้บริการอำนวยความสะดวกชำระภาษีรถประจำปีได้หลากหลายช่องทาง เช่น ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วไทย บริการ Drive Thru for Tax ขับรถผ่านช่องทางรับชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ให้บริการ Shop Thru for Tax ช้อปให้พอแล้วต่อภาษีที่ห้างสรรพสินค้า (บิ๊กซี 14 สาขา, เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค และห้างสรรพสินค้าในต่างจังหวัดที่ร่วมโครงการ) รวมถึงศูนย์บริการร่วม G-point (เซ็นทรัลเวิร์ล, เซ็นทรัลศาลายา, เซ็นทรัล Westgate) เคาน์เตอร์เซอร์วิส ธนาคารพาณิชย์ ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ หรือระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th และสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการต่ออายุ กรมธรรม์ประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กรมการขนส่งทางบกได้จัดจุดจำหน่าย พ.ร.บ. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนภายในอาคาร 2 กรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ซื้อ พ.ร.บ. จากจุดให้บริการที่กรมการขนส่งทางบกจัดไว้ให้จะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ทันที
.
นายณันทพงศ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้ยังจัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราและให้คำแนะนำขั้นตอนการใช้บริการแก่ผู้มาติดต่อราชการ รวมถึงหากพบมิจฉาชีพแอบแฝงเข้ามา จะดำเนินการตามกฎหมายทุกราย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 – เมษายน 2560 กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยที่แอบแฝงเข้ามาหาผลประโยชน์ภายในกรมการขนส่งทางบก ด้วยการอาสาดำเนินการด้านต่างๆ รวม 224 ราย และออกคำสั่งผู้ตรวจการติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีกจำนวน 210 ราย กรมการขนส่งทางบกจึงขอแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ กลุ่มมิจฉาชีพที่รับอาสาดำเนินการแทนหรือรับปลอมแปลงเอกสารราชการโดยเด็ดขาด และขอให้ดำเนินการด้านต่างๆ กับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง หากประชาชนพบเห็นบุคคลใดมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือได้รับการติดต่ออาสาดำเนินการแทน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที หรือแจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง