นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า บ่อยครั้งที่รถติดตั้งระบบก๊าซเกิดระเบิดหรือเพลิงไหม้ โดยมีสาเหตุมาจากความประมาท ผู้ขับขี่ขาดความรู้เกี่ยวกับการใช้งานระบบก๊าซอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการดูแลรถติดตั้งระบบก๊าซ ดังนี้

1) หมั่นตรวจสอบระบบก๊าซให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยนำรถไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันอุปกรณ์ระบบก๊าซชำรุด ก่อให้เกิดอันตรายได้

2) ตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ระบบก๊าซตามระยะเวลาที่กำหนด อาทิ ทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุก 5,000 กิโลเมตร เปลี่ยนไส้กรองอากาศ 10,000 กิโลเมตร เปลี่ยนไส้กรองก๊าซ และหัวเทียนทุก 20,000 – 30,000 กิโลเมตร ตรวจสอบและตั้งบ่าวาล์วไอเสียทุก 40,000 – 60,000 กิโลเมตร

3) ตรวจสอบรอยรั่วซึมของก๊าซอยู่เสมอ โดยนำน้ำสบู่ลูบตามข้อต่อท่อเดินก๊าซ และจุดต่างๆ หรือใช้เครื่องตรวจวัดการรั่วของก๊าซ หากพบจุดรั่วซึม ให้นำรถไปเข้าศูนย์บริการ ตรวจสอบและซ่อมแซม

4) นำรถไปตรวจสอบทุกครั้งหลังประสบอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันตัวยึดถังก๊าซ ท่อนำจ่ายก๊าซ สายระบายก๊าซ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ของระบบก๊าซเสียหาย ก่อให้เกิดอันตรายได้

5) ไม่ปรับแต่งการจ่ายก๊าซหรือดัดแปลงอุปกรณ์ระบบก๊าซด้วยตนเอง ควรให้ช่างที่มีความชำนาญการดำเนินการ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หรือทำงานผิดปกติ ก่อให้เกิดอันตรายได้

6) กรณีสังเกตพบเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ อาทิ มีเสียงดัง เครื่องยนต์สั่น เร่งเครื่องไม่ขึ้น ไม่ตัดเข้าระบบก๊าซ ให้นำรถไปเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบระบบก๊าซ

ทั้งนี้ การเลือกติดตั้งระบบก๊าซจากศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน การใช้ถังก๊าซและอุปกรณ์ระบบก๊าซที่มีคุณภาพ การหมั่นตรวจสอบและดูแลระบบก๊าซให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานรถติดตั้งระบบก๊าซ และลดความเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากไฟไหม้รถ

เครดิต ปภ. / สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์