เมื่อเวลา 15.45 น.ที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ตลอดทั้งวันได้ประชาชนทยอยเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้านเจ้าหน้าที่ จิตอาสาได้จัดน้ำดื่ม น้ำเย็นที่มีรสชาติหวานบริการประชาชนเพิ่มเติม ผ้าเย็น ร่ม และพิมเสนน้ำ ยาดม แอมโมเนียมาแจกจ่ายให้ประชาชนภายในเต็นท์พักคอย และเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดนั้นเจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนเต็นท์พักคอย เริ่มต้นเป็นเต็นท์ ค แทน เต็นท์ ก โดยมีประชาชนรอคอยประมาณ 2 แถวตอนลึกเท่านั้น ประชาชนสามารถเข้ามารอคอยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพจนกระทั่งประตูจุดคัดกรองปิดเวลา 21.00 น. ขณะที่ยอดประชาชนที่เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ กอร.รส. แจ้งว่า ยอดรวมเวลา 15.00 น. อยู่ที่ 19,134 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวง จะต้องเดินผ่านจุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ สิ่งต้องห้ามอย่างละเอียดโดยตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม นายวรทัศน์ กาญจนการุณ อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นักศึกษามหาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ตนกับเพื่อนอีก 5 คน ชักชวนกันมาเก็บขยะบริเวณท้องสนามหลวงหลังจากสอบเสร็จวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาจังหวัดบุรีรัมย์ ตนรักในหลวงเพราะตั้งแต่เด็กเห็นในหลวงเสด็จไปในพื้นที่ห่างไกลไม่มีอะไร พัฒนาพื้นที่แห้งแล้งให้อุดมสมบูรณ์จนทุกวันนี้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและพ่อแม่ก็ค่อยบอกถึงในหลวงเสมอมา ตอนนี้ตนได้เก็บเหรียญที่ใช้ในรัชกาลที่ 9 เพราะในอนาคตอาจจะเป็นของที่หายาก รวมถึงรูปภาพโดยในวันหนึ่งจะบอกลูกหลานถึงในหลวง ผลงานโครงการที่พระองค์ได้ทำเพื่อประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลาการครองราชสมบัติ 70 ปีเช่น โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนใช้จ่ายเงินและเก็บออมเพื่อใช้ในอนาคตข้างหน้า