การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เผยความสำเร็จจากการดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV rooftop) จากทั้ง 3 โครงการที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ มีผู้สนใจรวมกว่า 2,000 ราย กำลังไฟฟ้าติดตั้งและปริมาณการเสนอขายมากกว่า 64 MW พร้อมแนะนำให้ขออนุญาตติดตั้งตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภั

นายสมพงษ์ พงษ์สกุลรังษี รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา พ.ศ. 2556, โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มให้ครบ 100 เมกะวัตต์) พ.ศ. 2557 และโครงการนำร่อง (Pilot Project) การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอย่างเสรี พ.ศ. 2559 มีผู้สนใจเข้าร่วมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตลอดจนกลุ่มธุรกิจและและอุตสหกรรมต่าง ๆ จำนวนรวม 2,366 ราย คิดเป็นกำลังไฟฟ้าติดตั้งและปริมาณการเสนอขายมากกว่า 64.783 MW ซึ่งปัจจุบันทั้ง 3 โครงการ ได้มีผู้ใช้ไฟฟ้าสนใจสมัครจนครบจำนวนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาหากผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความประสงค์จะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า (แผงโซล่าร์บนหลังคาบ้าน เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจาก กฟน.) จะต้องยื่นขอรับหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และนำหนังสือมาแจ้ง กฟน. เพื่อพิจารณาดำเนินการเชื่อมต่อระบบให้ต่อไป

ทั้งนี้ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่สนใจจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ติดตามข่าวสารจาก กกพ. และ กฟน. เกี่ยวกับการเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาในอนาคต ตลอดจนหากปัจจุบันต้องการจะติดตั้งการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) เพื่อเป็นพลังงานทางเลือก ขอให้ดำเนินการขออนุญาตในการติดตั้งตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย ป้องกันอันตรายจากการใช้ไฟฟ้า ตลอดจนป้องกันปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าโดยรวม รวมถึงระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าและทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวเสียหายได้