นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเกิดปริมาณน้ำฝนสะสมเข้าท่วมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ล่าสุด การรถไฟฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่บำรุงทาง ฝ่ายการช่างโยธาเข้าซ่อมแซมปรับปรุงทางด้วยการลงหินและอัดหินเพื่อให้สามารถเดินรถได้ตามปกติ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค.59 แต่เนื่องจากเช้าวันนี้ (5 ธ.ค. 59) ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่ายังคงมีฝนตก น้ำไหลแรงและปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดทางทรุดในเส้นทางหลายช่วงในเขต จ.พัทลุง และนครศรีธรรมราชกระทบต่อการเปิดเดินรถในบางส่วน และคาดว่าสถานการณ์ฝนตกและระดับน้ำยังไม่ลดลง จนถึงวันที่ 6 ธ.ค.59

ดังนั้น การรถไฟฯ ขอชี้แจงสถานการณ์การให้บริการเดินรถ และการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของรถไฟในเส้นทางสายใต้ในวันที่ 5 ธ.ค. 59 เพื่อให้เกิดเหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร ดังนี้ งดเดินขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณารัถย์ ที่ 31/32 กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ ที่พึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2ธ.ค. ที่ผ่านมา และขบวนรถทุกขบวนสามารถเดินรถได้ถึงสถานีชุมทางทุ่งสงเท่านั้น

ทั้งนี้จากการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทาง ส่งผลให้ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพ-สุไหงโกลก-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 41/42 กรุงเทพ-ยะลา-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 169/170 กรุงเทพ-ยะลา-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพ-ตรัง-กรุงเทพ ขบวนรถเร็วที่ 167/168 กรุงเทพ-กันตัง-กรุงเทพ ขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ และขบวนรถเร็วที่ 173/174 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ ที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 5-6 ธ.ค.59 จะสิ้นสุดปลายทางที่สถานีชุมทางทุ่งสง ในส่วนของขบวนรถท้องถิ่นที่วิ่งระหว่างสถานีชุมทางหาดใหญ่-ชุมทางทุ่งสง งดเดินทุกขบวน

สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไป จ.ตรัง นครศรีธรรมราช ยะลา และสุไหงโกลกแล้ว การรถไฟฯ จะนำรถยนต์ไปอำนวยความสะดวกขนส่งผู้โดยสารจากสถานีชุมทางทุ่งสงส่งไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป

นายวุฒิชาติฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้สั่งการให้ฝ่ายการช่างโยธาเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้พนักงาน-เจ้าหน้าที่บำรุงทางตรวจสอบสภาพเส้นทางและเฝ้าระวังตรวจสอบระดับน้ำตลอดเวลา พร้อมเตรียมแรงงานและเครื่องมือบำรุงทางให้มีความพร้อมประจำในที่ตั้ง ซึ่งถ้าระดับน้ำลดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางให้สามารถกลับมาใช้งานได้เป็ปกติได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามการรถไฟฯ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และมาตรการด้านความปลอดภัยอำนวยการเดินรถเส้นทางสายใต้อย่างเต็มกำลัง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชนคนไทยสูงสุด ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ ตรวจสอบและติดต่อสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่สายด่วน โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์