พลตรีพงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยภายหลังจากการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง ว่า เมื่อวันเสาร์ และอาทิตย์ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแออัดบริเวณประตูจุดคัดกรอง จึงเป็นห่วงสวัสดิภาพของทุกคนและอยากให้ทะยอยเดินทางกันมาเพื่อเข้ากราบบังคมพระบรมศพพระบาสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแทน เพราะในช่วงเช้าสามารถรองรับประชาชนเพื่อเข้าไปด้านในได้ประมาณ 10,000 คนเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนที่เหลือก็จะต้องรอเป็นช่วงบ่ายเนื่องจากมีพระราชพิธี ทำให้ไม่สามารถเข้าได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือให้ ประชาชนที่อยู่ใน กทม. หรือจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาหลังงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันแทน เพราะจะทำให้ประชาชนไม่แออัดและงานพระราชพิธีมีน้อยลงซึ่งประชาชนสามารถเข้ากราบบังคมพระบรมศพได้มากยิ่งขึ้นโดยไม่ใช้เวลารอนาน

ขณะที่การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดเต็นท์ไว้ในสนามหลวงทางฝั่งทิศเหนือเต็มพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดสิ่งอำนวยความสะดวกได้ทั้งหมด เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีเวลาทำงานแค่ช่วงกลางคืนเท่านั้น แต่จะเร่งรัดให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ทั้งในส่วนของการจัดเก้าอี้และพัดลม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด และจากกรณีที่มีการร้องเรียนว่า ประชาชนที่กระทรวงมหาดไทยพามานั้นได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าไปกราบถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น ยืนยันว่าประชาชนที่มานั้นไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ ทุกคนที่มาต้องเข้าคิวตามปกติ เพียงแต่จัดเป็นกลุ่มย่อย เพราะไม่สามารถเข้าคิวต่อแถวพร้อมๆ กันได้และต้องขอให้ทุกคนเห็นใจเนื่องจากใช้เวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง ซึ่งบางจังหวัดก็ไม่ต่ำกว่า 48 ชม.

นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี ตั้งแต่เวลา 8.00 น ที่ทำเนียบรัฐบาลและทั่วประเทศ โดยจะร่วมร้องเพลงชาติ ถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในพื้นที่ท้องสนามหลวงนั้นไม่ได้มีการจัดพื้นที่สำหรับการจัดตรงส่วนนี้เป็นพิเศษ เพียงแต่มีการรับสัญญาณถ่ายทอดสดจากทางรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณสนามหลวงหันหน้าไปทางพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อร่วมกิจกรรมไปพร้อมๆ กันแทน.