เติมลมยางนั้นสำคัญอย่างไร

ด้วยหน้าที่ของที่มากมายและสำคัญเกินกว่าภาพลักษณ์ที่เห็นเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบชิ้นหนึ่งของรถ ทำให้เพื่อนๆ หลายๆคนไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับวัถตุกลมๆชิ้นนี้ซักเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว ยางเป็นส่วนที่ดราม่าที่สุดส่วนหนึ่งของรถเลยก็ว่าได้ เพราะต้องรับหน้าที่อันหนักอึ้ง ทั้งสร้างแรงเสียดทานกับพื้นถนน (ยึดเกาะถนน) ทั้งในขณะเร่งความเร็ว, เลี้ยวและที่สำคัญคือการเบรค นอกจากนี้ยังต้องทนการกดดันจากน้ำหนักของรถ, คนและสัมภาระ อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำร้ายหน้าสัมผัสและโครงสร้างของยางทั้งนั้น ที่นี้เห็นรึยังครับว่าเจ้าวัตถุกลมๆดำๆ นี้มันสำคัญกับรถเราแค่ไหน ?

เพราะฉะนั้นยางทุกเส้นจึงต้องได้รับการดูแลทะนุถนอมเป็นอย่างดี ควรรักษาระดับความดันลมยางให้ใกล้เคียงกับที่โรงงานผู้ผลิตกำหนดจะดีที่สุด แน่นอนว่ารถราเราใช้กันทุกวันความดันลมยางจะลดลงหลังจากการใช้งานอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรเช็คระดับความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของยางรถที่คุณรักด้วย งั้นเรามาดูวิธีการเติมกันเลยดีกว่า

เติมลมเมื่อยางเย็น

อันที่จริงควรเช็คลมยางในขณะที่ยางเย็น หรือก่อนการใช้งานนะครับ แนะนำตอนเช้าก่อนขับออกไปทำงานก็ได้ เพราะเมื่อล้อเริ่มหมุนยางจะเกิดการเปลี่ยนรูป ทำให้อากาศภายในเกิดการเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดความร้อนขึ้น แล้วจะทำให้ค่าที่ได้จากการวัดแรงดันผิดเพี้ยน เพราะฉะนั้นควรเติมลมเพิ่มขึ้นอีก 2 ปอนด์เพื่อชดเชยความดันอากาศที่ขยายตัว

การสูบลมยาง

  1. ตรวจเช็คลมยางขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือในช่วงเวลาก่อนออกเดินทางและปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์กำหนดเป็นประจำ
  2. ในกรณียางใหม่ ให้เพิ่มความถี่(ขยันนิดนึง)ในการตรวจเช็คลมยางให้มากกว่าปกติ (ในช่วง 3,000 กม. แรก) เนื่องจากโครงยางในช่วงนี้จะมีการขยายตัวทำให้ความดันลมยางลดลง
  3. ห้ามปล่อยลมยางออก เมื่อความดันลมยางสูงขึ้นในขณะกำลังใช้งานเพราะความร้อนที่เกิดขึ้นขณะที่ใช้งานเป็นตัวทำให้ความดันลมภายในยางสูงขึ้น
  4. เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่วาล์ว ควรเปลี่ยนวาล์วและแกนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่และมีฝาปิดวาล์ว(จุ๊บลม)ตลอดเวลา
  5. สำหรับยางอะไหล่ ให้ตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องทุกครั้งอยู่เสมอ
  6. ในกรณีรถเก๋งที่ขับด้วยความเร็วสูง หรือเดินทางไกล ให้เติมลมยางให้มากกว่าปกติ 3-5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

ตรวจเช็คความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง

ควรตรวจเช็คความดันลมยางของรถคุณ ให้อยู่ระดับที่ผู้ผลิตกำหนดเพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับผิวถนนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยปกติโรงงานประกอบรถยนต์จะระบุระดับความดันลมยางที่เหมาะสมกับรถไว้บนแผ่นโลหะบริเวณขอบประตูหรือกำหนดในคู่มือประจำรถ การเติมลมยางที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับรถคุณอีกด้วย

การเติมลมยางมากเกินไป

จะทำให้หน้าสัมผัสของยางกับพื้นผิวถนนลดลง ดอกยางบริเวณกลางจะสึกมากกว่าด้านข้างทั้งสอง รถกระดอนเมื่อวิ่งบนถนนขรุขระและการรับแรงและการยืดหยุ่นด้อยลง เมื่อมีการรับน้ำหนักหรือการกระแทก ก็อาจทำให้เกิดการระเบิดของยางได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรเติมให้พอดีๆนะครับ

การเติมลมยางน้อยไป

จะทำให้ดอกยางไม่เรียบ สังเกตุได้โดยดอกยางบริเวณไหล่ยางจะสึกเร็วกว่าบริเวณกลางยาง การหมุนหรือบังคับ พวงมาลัย ได้ยากขึ้น เกิดความร้อนสูงขณะยางเปลี่ยนรูปและแรงกระแทกจะทำให้โครงสร้างผ้าใบเสียหาย และไม่สามารถคืนกลับสภาพเดิมได้

เช็คลมยางอย่างไรให้ถูกต้อง

ลมยางจะลดลงโดยตัวมันเองประมาณ 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้วต่อเดือน ดังนั้นจึงควรเช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง ขณะที่ยางยังเย็นอยู่ โดยเติมลมยางตามคู่มือรถแต่ละคันที่ติดอยู่ที่ข้างประตูรถครับ

การสลับตำแหน่งยาง

ยางรถยนต์จะเกิดการสึกหรอไม่เท่ากันทุกเส้น โดยมีหลายสาเหตุ เช่น สภาพรถ, สภาพผิวถนน, ศูนย์ล้อ, การหักเลี้ยวของรถ, การสูบลมยาง, ลักษณะการขับขี่ เป็นต้น โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในตำแหน่งล้อหน้าจะเกิดการสึกผิดปกติของดอกยางง่ายที่สุด ดังนั้น เพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานได้นาน ควรสลับตำแหน่งยางยางทุก 10,000 กม. เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ครับ

ที่มา OLX.co.th