(22 ก.ย.61) เวลา 09.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 5 และโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครสีเขียว สะดวกสบาย” ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เชื่อมโยงโครงข่ายเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยมีนางสาววนิดา เจียงไพศาลกุล ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักงานเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

คาดอุโมงค์ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ลอดถนนกรุงเทพกรีฑาเปิดใช้งานได้เดือนธ.ค.นี้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เป็นถนนสายหลักที่เชื่อมโยงโครงข่ายถนนสายหลักตามแนวตะวันตก-ตะวันออกของกรุงเทพมหานคร และเป็นถนนในแผนแม่บทผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 สาย ช.3 เริ่มต้นโครงการที่ทางแยกต่างระดับถนนศรีนครินทร์-ถนนรามคำแหง 24 ไปตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑา พร้อมทั้งก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดรถยนต์บริเวณแยกถนนกรุงเทพกรีฑา 7 เพื่อเบี่ยงแนวถนนตามแนวเวนคืนที่ใหม่ จากนั้นเป็นแนวตรงตลอดจนข้ามทางหลวงหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกตะวันตก) ไปสิ้นสุดโครงการที่ทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้า-ถนนเจ้าคุณทหาร ระยะทางประมาณ 12 กม. มีช่องจราจร 6-10 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีงานก่อสร้างสะพานต่างระดับ จำนวน 3 แห่ง อุโมงค์ทางลอด จำนวน 1 แห่ง และสะพานข้ามคลอง จำนวน 9 แห่ง ปัจจุบันโครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ช่วงที่ 1, 3, 4, 6, และ 7 ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 28 ก.พ.61 ที่ผ่านมา สำหรับช่วงที่ 2 ตั้งแต่คลองหัวหมาก-คลองลำสาลี ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา ผลงานการก่อสร้างที่ทำได้ 80.25% คาดจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.61 ทั้งนี้ในช่วงที่ 2 ได้แบ่งเนื้องานในการก่อสร้างออกเป็น 4 ส่วน เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วขึ้น ประกอบด้วย ก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ความยาว 560 ม. ก่อสร้างผิวจราจรทางราบ ความยาว 420 ม. ก่อสร้างถนนค.ส.ล. 6 ช่องจราจร ความยาว 2,400 ม. และปรับปรุงถนนกรุงเทพกรีฑาซอย 9 ถึงซอย 28 โดยเทพื้นแอสฟัลต์ ขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ ความยาว 3,600 ม. ส่วนช่วงที่ 5 บริเวณสะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก เป็นการก่อสร้างทางยกระดับ 6 ช่องจราจร ซึ่งการก่อสร้างทางต่อเชื่อมจะมีทั้งหมดอยู่ 2 จุด ในขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 50.38% ซึ่งตามแผนงานจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.61 ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักการโยธาติดตามการก่อสร้างในช่วงที่ 2 และช่วงที่ 5 อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้รับจ้างในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ รวมทั้งการปรับแผนการทำงานบริเวณสะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งการทำงานในช่วงที่ 5 จะเป็นการติดตั้งโครงสร้างสะพาน โดยจะประกอบสำเร็จรูปจากโรงงาน และนำมาติดตั้งบริเวณสะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก เพื่อให้สะพานทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกัน คาดว่าในฝั่งขาเข้าจะแล้วเสร็จในเดือนก.พ.62 จากนั้นจะติดตั้งในฝั่งขาออก คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินเดือนเม.ย.62 อย่างไรก็ตามได้กำชับผู้รับจ้างให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นสำคัญ โดยการทำงานต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือก่อให้เกิดอุปสรรคในการเดินทางสัญจรของประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว เมื่อโครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าแล้วเสร็จ จะเป็นการเพิ่มโครงข่ายถนน บรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง เขตลาดกระบัง และบริเวณใกล้เคียง

โครงการถนนคุ้มเกล้าช่วงเจ้าคุณทหารถึงเลียบมอเตอร์เวย์ คาดแล้วเสร็จเดือนธ ค.นี้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของถนนเดิมให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่เพิ่มมากขึ้น โดยดำเนินการปรับปรุงเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ จากถนนสุวินทวงศ์ถึงถนนเจ้าคุณทหาร และก่อสร้างถนนแอสฟัลต์ ขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ จากถนนเจ้าคุณทหารถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่เขตลาดกระบังและเขตมีนบุรี ระยะทางรวม 9.4 กม. ซึ่งการก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย การก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า ช่วงที่ 1 จากถนนสุวินทวงศ์ถึงคลองตาเสือ เป็นถนนค.ส.ล. ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ เขตทางกว้าง 20-30 ม. ระยะทางประมาณ 3.7 กม. ก่อสร้างสะพานค.ส.ล. ข้ามคลอง จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างสะพานค.ส.ล. ข้ามลำรางสาธารณะ จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนน จำนวน 4 แห่ง และการก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้า ช่วงที่ 2 จากคลองตาเสือถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ เป็นถนนค.ส.ล. ช่วงจาก กม.3 ถนนเจ้าคุณทหาร ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ เขตทางกว้าง 30 ม. และเป็นถนนแอสฟัลต์พร้อมไหล่ทาง ช่วงจาก กม.6 ระยะทางประมาณ 5.7 กม. ก่อสร้างสะพานค.ส.ล.ข้ามคลอง จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนน จำนวน 2 แห่ง อย่างไรก็ตามแนวเขตทางในบางช่วงไม่เป็นตามรูปแบบก่อสร้าง สำนักการโยธาจึงพิจารณาดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์เพิ่มเติม ขณะนี้ผลงานการก่อสร้างทำได้ 28.18% ทั้งนี้ในช่วงที่ 2 จากคลองตาเสือถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ได้แบ่งเนื้องานการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง คือ คลองตาเสือถึงถนนเจ้าคุณทหาร และถนนเจ้าคุณทหารถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 เพื่อให้การก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วเสร็จโดยเร็ว อย่างไรก็ตามช่วงถนนเจ้าคุณทหารถึงถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ระยะทางประมาณ 2.8 กม. ที่ผ่านมาผู้รับจ้างได้ดำเนินงานถมทรายคันทาง งานชั้นรองพื้นทาง งานชั้นพื้นทาง ปรับพื้นดินเดิม และวางท่อระบายน้ำ ขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 48.97% คาดว่าการก่อสร้างในช่วงนี้จะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดใช้งานได้ในเดือนธ.ค.61 ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตในพื้นที่โครงการก่อสร้าง ลงพื้นที่พูดคุยสร้างความเข้าใจกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวเขตทางให้รื้อย้ายออกไป โดยให้เห็นถึงความจำเป็นของโครงการดังกล่าวและประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ พร้อมทั้งเร่งรัดผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการก่อสร้างถนนในช่วงดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างยืนยันว่าหากฝนไม่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มเทพื้นแอสฟัลต์ จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น เพื่อให้เปิดใช้งานได้ก่อนเดือนธ.ค.นี้ เมื่อโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนคุ้มเกล้าแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่ปิดล้อม เชื่อมต่อถนนสายหลักจากถนนสุวินทวงศ์ และมอเตอร์เวย์ อำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนในพื้นที่เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง และพื้นที่ใกล้เคียง

"อย่างไรก็ตามระบบการจราจรในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นแนวเหนือ-ใต้ ส่วนแนวตะวันออก-ตะวันตกในปัจจุบัน ยังมีเส้นทางคมนาคมขนส่งอยู่น้อย โครงการก่อสร้างดังกล่าวจึงเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายถนนเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในแนวตะวันออก-ตะวันตก อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางจากฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ไปยังฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง นอกจากนี้ยังเป็นการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ ชุมชน นิคมอุตสาหกรรม และสนามบินสุวรรณภูมิต่อไปในอนาคต" รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวในตอนท้าย

เครดิต สำนักประชาสัมพันธ์ กทม.