เตรียมชงครม.ปรับเพิ่ม5พัน ฟันขี่จยย.ไม่พก'ใบขับขี่'
คณะทำงานเฉพาะกิจแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถ จยย. เตรียมเสนอร่างมาตรการลดอุบัติเหตุจาก จยย. ให้กระทรวงคมนาคม ก.ย. นี้ ก่อนชง ครม. ไฟเขียวให้นำไปใช้ทันปีใหม่ 62 ตั้งเป้าภายใน 10 ปี ลดการตายจาก จยย. ได้ 50%

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ (จยย.) ครั้งที่ 3 ในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่างมาตรการลดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับ จยย. ซึ่งจะครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่รถ จยย. ตัวรถ จยย. ถนน สภาพแวดล้อม กฎหมาย และด้านสาธารณสุขการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถ จยย. เพื่อเสนอร่างมาตรการดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคม ในเดือน ก.ย.61 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เดือน ต.ค.61 เพื่อพิจารณาเห็นชอบ และนำไปปฏิบัติต่อไป โดยให้มีผลบังคับใช้ในเทศกาลปีใหม่ 62 ตั้งเป้าภายใน 10 ปี (ปี62-71) จะช่วยลดอุบัติเหตุการเสียชีวิตจากรถ จยย. ได้ 50% หรือ 4,500 คน จากจำนวนที่มีผู้เสียชีวิตจากรถ จยย. ปี 60 จำนวน8,900 คน


นายสราวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการในร่างดังกล่าว เช่น มาตรการด้านผู้ขับขี่ จะให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ที่ถูกต้อง และการเคารพกฎจราจร ให้ผู้ขับขี่มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้อื่น ปัจจุบันมีรถ จยย. จดทะเบียน 21 ล้านคัน มีใบขับขี่แค่ 13 ล้านใบ ขาดอีก 8 ล้านใบ ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นนักเรียนอายุ 15 ปี ที่ไม่รู้ว่าสามารถสอบใบขับขี่ จยย. ได้แล้ว ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ร่วมกับสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ได้เข้าไปอบรมเรื่องใบขับขี่ให้แก่นักเรียนโดยนำร่องไปแล้ว 5 โรงเรียน

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า มาตรการด้านถนนและสภาพแวดล้อม ในเส้นทางที่มีประชาชนใช้ จยย. จำนวนมาก ต้องกำหนดให้มีเลน จยย. หรือออกแบบถนนช่องจราจรซ้ายสุดให้กว้างขึ้น เพื่อให้รถทุกประเภทใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งต้องปรับแก้จุดเสี่ยงที่ทำให้ รถ จยย. เกิดอุบัติเหตุบ่อยจนมีผู้เสียชีวิต ขณะที่มาตรการด้านกฎหมาย จะเสนอปรับแก้ให้มีบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกระทำผิดให้รุนแรงมากขึ้น เพราะบางเรื่องมีโทษเบาเกินไป เช่น ไม่มีใบขับขี่ ปัจจุบันอาจปรับ 500 บาท เพิ่มเป็น 5,000 บาท รวมทั้งพิจารณาไม่ให้ใช้รถ หรือพักใช้ใบขับขี่ชั่วคราวแล้วแต่กรณี เป็นต้น ขณะเดียวกันตำรวจก็อยู่ระหว่างร่างกฎหมายที่จะนำการตัดแต้มใบขับขี่มาใช้ด้วย

นายสราวุธ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะเร่งรณรงค์การสวมหมวกกันน็อก เพื่อลดอุบัติเหตุ เพราะข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า หากสวมหมวกกันน็อก ทำให้ช่วยลดการสูญเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุลง 42% และลดการบาดเจ็บรุนแรงกว่า 50% ขณะเดียวกันต้องบูรณาการข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกัน เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น และเชื่อมต่อข้อมูลให้ดีขึ้น เพราะปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่เก็บข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจากรถ จยย. เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ และบริษัทประกันภัย ซึ่งยังเชื่อมโยงข้อมูลไม่ดีมากนัก....ที่มา : https://www.dailynews.co.th/economic/660700