นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของรถทุกคันบนท้องถนน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นมาตรการเชิงป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้มีความปลอดภัยเทียบเท่าสากล โดยเฉพาะความปลอดภัยของรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุก ตามแผน “ยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์” ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ต่อเนื่อง 2560 สำหรับโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จและยกระดับความปลอดภัยให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา คือการออกกฎกระทรวงใหม่ ฉบับที่ 62 (พ.ศ. 2559) โดยเป็นการกำหนดและควบคุมมาตรฐานอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ปรับลดความสูงของรถโดยสารสองชั้นให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลคือ ต้องมีความสูงไม่เกิน 4.0 เมตร จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 4.30 เมตร โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2560 และยังต้องผ่านการทดสอบการทรงตัว เช่นเดียวกับรถโดยสารทุกประเภททุกคันที่มีความสูงเกิน 3.60 เมตร ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยสำหรับรถโดยสารทุกคัน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารและรถบรรทุกตามแผน “ยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์” ที่ดำเนินการแล้วเสร็จอีกจำนวน 10 โครงการ จากทั้งหมด 17 โครงการ ประกอบด้วย กำหนดมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างหลักของตัวถังรถโดยสาร, มาตรฐานวัสดุสำหรับติดตั้งในรถโดยสาร, มาตรฐานความแข็งแรงของที่นั่ง จุดยึดที่นั่ง และจุดยึดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้ตัวถังรถโดยสารมีความมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัยในการใช้งาน และลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุรถโดยสารพลิกคว่ำ มาตรฐานอุปกรณ์หรือแผ่นสะท้อนแสง สำหรับรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมาตรฐานการบำรุงรักษารถระหว่างการใช้งาน ในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อให้รถทุกคันอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานสากลที่เหมาะสมกับประเทศไทย มาตรฐานรถโรงเรียนและรถรับส่งนักเรียน ซึ่งทุกคันต้องจดทะเบียนขออนุญาตให้ถูกต้อง พร้อมมีมาตรการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายที่สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม มีความปลอดภัยและมีความเหมาะสมต่อสภาพวิถีชุมชนในปัจจุบัน
.
นอกจากนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถทุกคันที่ใช้งานบนท้องถนนมีความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบรายงานผลตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถเอกชนแบบออนไลน์ (ตรอ. On-line) และระบบรายงานการตรวจทดสอบระบบการใช้ก๊าซเชื้อเพลิงของรถยนต์แบบออนไลน์ (สถานตรวจระบบก๊าซ On-line) โดยเริ่มใช้งานระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม กำกับ การทำงานของสถานตรวจสภาพรถเอกชนและสถานตรวจทดสอบระบบการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง พร้อมจัดตั้งศูนย์ monitor สถานตรวจสภาพรถ และสถานตรวจระบบก๊าซ ประจำพื้นที่ ในกรุงเทพมหานครจำนวน 5 แห่ง และที่สำนักงานขนส่งทุกจังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ
.
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกอบด้วย มาตรฐานระบบห้ามล้อ ABS, มาตรฐานระบบหน่วงความเร็วรถ (Endurance Braking System), มาตรฐานอุปกรณ์ต่อพ่วงของรถรถลากจูงและรถพ่วง, มาตรฐานอุปกรณ์ยึดตู้คอนเทนเนอร์, มาตรฐานรถขนส่งวัตถุอันตราย, การติดตั้งเครื่องตรวจสภาพรถให้ครบทุกสำนักงานสาขา และจัดจ้างบุคลากรตรวจสภาพรถเพิ่มเติม นั้น จะได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้การควบคุม กำกับ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยของรถทุกคันมีความครอบคลุมในทุกมิติ ทุกประเด็นความปลอดภัย และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม