• วันที่: 11 April 2016

7 สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง

"7 สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง" มอบถังเก็บน้ำขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 500 ใบ ให้กับชุมชนที่ประสบภัยแล้ง















ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าภัยแล้งกำลังกลายเป็นปัญหาวิกฤตระดับประเทศ ทั้งยังทำให้ประชาชนในทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบในวงกว้าง ผลเช่นนี้ เมื่อเอสซีจี ร่วมกับ 7 สี ช่วยชาวบ้าน สำนักงานทรัพย์สินฯ กองทัพบก ร่วมกันผนึกกำลังบรรเทาภัยแล้ง

ด้วยการมอบถังเก็บน้ำ 500 ใบ ให้กับชุมชนที่เผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเปิดรับผ่านรายการ 7 สี ช่วยชาวบ้าน ตลอดทั้งเดือนมีนาคม

"สมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่ง" กรรมการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ดำเนินโครงการ 7 สี ช่วยชาวบ้าน มาตั้งแต่ปี 2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ภัยหนาว, ภัยแล้ง, อุทกภัย และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เช่น สึนามิ, แผ่นดินไหว, พายุ, ดินโคลนถล่ม โดยนำเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องนุ่งห่ม เข้ามาช่วยเหลือในทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมระดมน้ำใจจากนักแสดง ผู้ประกาศข่าว ร่วมให้กำลังใจ

"โดยช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี ประเทศไทยมักจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือน ช่อง 7 สีจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, เอสซีจี และกองทัพบก จัดโครงการ 7 สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง มอบถังเก็บน้ำให้กับชุมชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค นำไปติดตั้งในพื้นที่สาธารณะของชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น นอกจากนี้ ช่อง 7 สียังเปิดรับข้อมูลจากชุมชนเพื่อขอรับถังเก็บน้ำ โดยชุมชนสามารถส่งภาพ รายละเอียดของชุมชน มาทางแฟนเพจ 7 สี ช่วยชาวบ้าน หรืออีเมล์ help@ch7.com หรือตู้ ปณ.184 สามเสนใน กทม. ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณาต่อไป"

ขณะที่ "อาสา สารสิน" กรรมการ และประธานกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี มีความห่วงใยพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง และเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อน จึงร่วมกับ 7 สี ช่วยชาวบ้าน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกองทัพบก ดำเนินโครงการ

"7 สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง" มอบถังเก็บน้ำขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 500 ใบ ให้กับชุมชนที่ประสบภัยแล้ง

"ถังดังกล่าวผลิตขึ้นจากวัสดุของ SCG Chemicals ซึ่งมีคุณสมบัติทนทาน ใช้งานได้ 10 ปี ไม่เกิดตะไคร่น้ำ จึงปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค และด้วยเอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำในระยะยาว จึงได้วางแนวทางเพื่อบริหารจัดการน้ำ และเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน อาทิ การสร้างฝายชะลอน้ำ การทำบ่อพวง นอกจากนี้ได้ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ บริหารจัดการน้ำชุมชน เช่น จ.ขอนแก่น และ จ.ตราด เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง และมีแหล่งเก็บน้ำสำรองไว้ใช้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อชีวิตในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องรับมือและผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งนี้ไปได้"

สำหรับ "วรรณวิมล ศุภประเสริฐ" รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน ด้วยการเป็นแนวร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม มุ่งเน้นการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำซึ่งเป็นเหมือนสายใยหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น การสนับสนุนมูลนิธิชัยพัฒนา การสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง โครงการปะการังเทียมร่วมกับกรมประมง

"ครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ขาดแคลนน้ำในการดำรงชีวิต ในโครงการ ƍ สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง′ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในยามวิกฤต และสนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันดูแลรักษาแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นต้นทางของความอุดมสมบูรณ์"

เพราะเรื่องของภัยแล้งไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นวิกฤตของประเทศชาติ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรร่วมมือกัน

"พล.ท.จิระพันธ์ มาลีแก้ว" รองเสนาธิการทหารบก กล่าวเสริมว่า กองทัพบกมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งเป็นอย่างยิ่ง การดูแลช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนถือเป็นนโยบายของกองทัพบก และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และเอสซีจี ในโครงการ "7 สี ช่วยชาวบ้าน รวมใจสู้ภัยแล้ง" พร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

"โดยการจัดกำลังพลร่วมทำฐานเพื่อวางถังน้ำให้มั่นคงแข็งแรง พร้อมนำรถบรรทุกขนส่งน้ำ ทั้งนี้การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ถือเป็นวาระของชาติที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน เริ่มจากตัวเรา คนในครอบครัว ที่ต้องตระหนักและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และขยายไปยังชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งคนที่อยู่ต้นน้ำไปจนถึงคนปลายน้ำ"